แผ่นดินยุบตัว

หลุมยุบเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก มีรูปร่างและขนาดต่างๆกัน เช่น รูปเกือบกลมหรือเป็นวงรี มีน้ำขังอยู่ก้นหลุม ภายหลังน้ำใต้ดินจะกัดเซาะและนำพาดินที่อยู่ก้นหลุมไป ทำให้หลุมยุบลึกขึ้น ส่วนปากหลุมก็จะพังอยู่ตลอดจนกระทั่งจะเสถียร สาเหตุของการเกิดหลุมยุบที่พบในประเทศไทย 1.โพรงหินปูนใต้ดิน เมื่อฝนตกลงมา จะได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะผ่านชั้นบรรยากาศและซึมลงใต้ผิวดิน ทำให้น้ำฝนมีความเป็นกรดอย่างอ่อน เมื่อไหลผ่านและสัมผัสกับหินปูนจะละลายเนื้อหินปูนออกไปด้วย ในที่สุดก็จะค่อยๆเกิดเป็นโพรงหรือถ้ำใต้ดินขึ้น เมื่อโพรงใต้ดินเหล่านี้มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นและอยู่ใกล้ผิวดินมากยิ่งขึ้น เพดานไม่สามารถต้านทานน้ำหนักของดินและสิ่งก่อสร้างที่กดทับด้านบนได้ 2.ชั้นเกลือหินใต้ดิน พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีชั้นเกลือหินรองรับอยู่ด้านใต้ เกลือหินมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ง่าย เมื่อมีการทำเหมืองใต้ดิน โดยการสูบเกลือขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโพรงใต้ดินขึ้น ต่อมาเพดานโพรงพังทลายลง จึงเกิดเป็นหลุมยุบขึ้น  ขนาดของหลุมยุบอาจมีขนาดใหญ่โต สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนได้ 3.ชั้นทรายถูกน้ำใต้ดินพัดพา มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีชั้นทรายรองรับอยู่ใต้ดินและอยู่ใกล้แม่น้ำ ลำคลอง เกิดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ เมื่อมีฝนตกหนักหรือตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณและแรงพัดพาของน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้นจึงพัดพาเอาตะกอนทรายใต้ดินลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง จึงทำให้เกิดโพรงใต้ดินขึ้น แต่โพรงใต้ดินที่เกิดจากสาเหตุนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ประสบเหตุ

Continue Reading

พายุทราย

 พายุทราย เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่บ่งบอกถึงความโหดร้ายของธรรมชาติ ในแต่ละปีประเทศที่อยู่ใกล้กับเขตทะเลทราย มักถูกโจมตีโดยพายุทรายขนาดใหญ่ที่พัดผ่าน พายุทรายเกิดจากความชื้นในอากาศปะทะกับความร้อนซึ่งเป็นลมร้อนบริเวณทรายที่แห้งแล้ง เมื่อกระบวนดังกล่าวเกิดการผสมกัน ไปก่อให้เกิดลมซึ่งลมนี้จะพัดเอาฝุ่นรวมถึงเม็ดทรายที่ละเอียดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยกระแสลมจะพัดไปเรื่อยๆและหอบเอาฝุ่นต่างๆเกิดเป็นเมฆสีน้ำตาลขนาดยักษ์ เคลื่อนที่ไปตามกระแสลม พายุทรายนั้นมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศในแถบทะเลทรายเช่น ออสเตรเลีย ตะวันตกของสหรัฐ ปากีสถาน จีน เป็นต้น โดยในแต่ละปีมักมีการเกิดพายุทรายกว่า 300 ครั้งในรอบ 10 ปี ในปัจจุบันภาวะโลกร้อนทำให้เกิดพายุทรายที่รุนแรงและมากขึ้น ซึ่งใน 1 ปีสามารถเกิดขึ้นได้ถึง 100 ครั้งพายุทรายสามารถหอบเอาทรายและฝุ่นสูงถึง 5 กิโลเมตร และอาจมีฝุ่นละอองถึง 80 ล้านเมตริกตัน พายุอาจมีความกว้างมากถึง 500 กิโลเมตร เมื่อเกิดพายุฝุ่นจะทำให้ทัศนะในการมองเห็นลดน้อยลงมาก อาจก่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมไปถึงฝุ่นละอองนั้นเป็นภาวะที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศอย่างมาก คาดว่าในแต่ละมีผู้เสียชีวิตจากพายุทรายมากถึง 1000 คนต่อปี ซึ่งในเมืองใหญ่ๆหลายประเทศเช่น ซิดนี่ย์ ก็เคยถูกพายุทรายพัดผ่านมาแล้วหลายครั้ง และได้มีการเตือนประชาชนให้ระวังเรื่องของมลภาวะทางอากาศและอุบัติเหตุบนถนน แต่เมื่อพายุทรายพัดผ่านไปแล้ว ก็จะทำให้เกิดฝนตกชำระล้างทรายต่างๆเช่นกัน

Continue Reading