ไฟป่า

ไฟป่า เป็นเพลิงที่ไหม้อย่างเป็นอิสระในชนบทประเทศหรือถิ่นทุรกันดาร ไฟป่าต่างจากอัคคีภัยรูปแบบอื่น เพราะกินอาณาบริเวณกว้างขวาง, ลุกลามรวดเร็ว คาดเดายาก และบางครั้งสามารถไหม้ผ่านแม่น้ำ ถนน หรือแนวกันไฟได้ด้วย  ไฟป่าเกิดได้ในทุกที่ ยกเว้นแอนตาร์กติกา ซากดึกดำบรรพ์และประวัติศาสตร์มนุษยชาติเป็นเครื่องยืนยันความถี่ของไฟป่า และบ่งบอกว่า บางแห่งไฟป่าเกิดขึ้นมีกำหนดแน่นอนไฟป่าอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์ แต่เป็นประโยชน์ต่อพืชพันธุ์บางชนิด เช่น เห็ดเผาะ ซึ่งเจริญดีด้วยไฟ อย่างไรก็ตาม ไฟป่าขนาดใหญ่ย่อมยังผลร้ายสู่ระบบนิเวศถ่ายเดียวคำเรียกไฟป่าหมายเอาเพลิงที่เกิดในทุ่งหญ้า, ป่าไม้, ป่าพุ่ม, ป่าละเมาะ, ป่าหินเลน และบริเวณอื่นที่ป่าชุก และมีแหล่งเชื้อเพลิงหรือวัตถุไวไฟ อนึ่ง ไฟป่าอาจลามไปยังสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ก็ได้สาเหตุของไฟป่าอาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติเพราะเหตุสี่ประการ คือ ฟ้าผ่า, ภูเขาไฟระเบิด, ประกายไฟจากหินถล่ม และถ่านหินจำนวนมากที่อยู่ใต้พิภพรอบโลกบางคราวก็ประทุและติดเพลิงให้แก่วัตถุไวไฟใกล้เคียงได้ไฟป่าส่วนใหญ่นั้นเกิดเพราะมนุษย์ ตั้งแต่ลอบวางเพลิง, ทิ้งบุหรี่เรื่อยเปื่อย, ประกายไฟจากอุปกรณ์ ไปจนถึงกระแสพลังงานในการเชื่อมโลหะการทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งเตรียมดินโดยวิธีถางแล้วเผา นั้น แม้ประหยัดที่สุด แต่ก็เป็นสาเหตุของไฟป่าได้เช่นเดียวกับการโค่นไม้ ที่จะเพิ่มจำนวนเชื้อเพลิงในป่า อุทาหรณ์เด่นชัดที่สุด คือ ไฟป่าอันเกิดทุกปีในเวียดนามใต้ มีสาเหตุประการหนึ่งถอยหลังไปถึงในสงครามเวียดนาม ที่กองทัพสหรัฐอเมริกาเข้ายึดพื้นที่ แล้วทำลายป่าด้วยเคมี ระเบิด และจักรกล  

Continue Reading

แผนดินไหวที่เชียงราย พ.ศ. 2557

แผ่นดินไหวที่อำเภอแม่ลาว พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.08.43 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศไทย ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ในตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ต่อมา กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า การใช้เครื่องมือตรวจวัดได้ข้อสรุปใหม่ว่าศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ที่ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เนื่องจากพบแนวรอยแยกปรากฏอยู่จำนวนมากส่วน USGS รายงานว่าจุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากอำเภอแม่ลาวไปทางใต้ 9 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงรายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 27 กิโลเมตร จากการวัดของกรมอุตุฯ มีขนาด 6.1 จากการวัดโดย USGS ลึก 7.4 กิโลเมตร มีผู้เสียชีวิต 2 ราย  แผ่นดินไหวครั้งนี้ถูกบันทึกว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรง เกิดแรงสั่นสะเทือนทั้งภาคเหนือของประเทศไทยและพม่าในช่วงเย็น ประชาชนหลายจังหวัดภาคเหนือ สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ หน้าต่าง ผนัง ถนนและวัดได้รับความเดือดร้อนจากแรงสั่นสะเทือน ในช่วงแรกยังไม่มีการค้นพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจนต่อมามีรายงานข่าวพบผู้เสียชีวิตสองราย และผู้บาดเจ็บอีกหลายคนอาคารสูงในกรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจากแผ่นดินไหว และยังรู้สึกได้จากย่างกุ้ง ประเทศพม่า ด้วยความเสียหาย ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายด้านอาคารสถานที่

Continue Reading

น้ำท่วมกรุงเทพ ปี พ.ศ. 2554

อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 หรือที่นิยมเรียกกันว่า มหาอุทกภัย เป็นอุทกภัยรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อบริเวณลุ่ม แม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่ม แม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่ปลาย เดือนกรกฎาคม และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555 มีราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 12.8 ล้านคน อุทกภัยดังกล่าวทำให้พื้นดินกว่า 150 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมใน 65 จังหวัด 684 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 4,086,138 ครัวเรือน 13,595,192 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 2,329 หลัง บ้านเรือนเสียหายใน 44 จังหวัด สูญหาย 3 คนธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท เมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 และจัดให้เป็นภัยพิบัติครั้งมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก อุทกภัยครั้งนี้เริ่มขึ้นในระหว่างฤดูมรสุม เมื่อ พายุหมุนนกเตน ขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของ เวียดนาม

Continue Reading

พายุเฮอริเคนเออร์มา กระหน่ำฟอริด้าเสียหายหนักในรอบ 10 ปี

พายุเฮอริเคนเออร์มา เป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกล่าสุดที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายแก่ประเทศในแถบทะเลแคริเบียนและอ่าวเม็กซิโก ล่าสุดพายุเฮอริเคนเออร์มาได้ขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งรัฐฟอริด้าสร้างความเสียหายอย่างหนักโดยพายุได้พัดขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมประมาณ 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือ เทียบเป็นเฮอร์ริเคนระดับ 4 ที่ผัดขึ้นฝั่ง และพายุเฮอริเคนเออร์มาจัดว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เกิดขึ้นในแอ่งแอตแลนติกและนอกทะเลแคริเบียน อ่าวเม็กซิโก ซึ่งมีความรุนแรงเทียบเท่าพายเฮอร์ริเคนวันแรงงานในปี 1935 นับว่าเป็นเฮอริเคนลูกที่ 2 ที่ก่อตัวในแถบแอ่งแอตแลนติก นอกจากนี้ยังอยู่จัดว่าเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่สุดแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปีนอกตั้งแต่พายุเฮอร์ริเคนวิลมาในปี 2005 รวมถึงเป็นพายุลูกแรกที่พัดขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมสูงที่สุดโดยไม่มีการอ่อนกำลังลงเลย พายุเฮอริเคนเออร์มา เป็นหนึ่งในพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวขึ้นในแอตแลนติกซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของการเกิดพายุหมุนเขตร้อน โดยพายุเริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณใกล้กับกาบูเวร์ดี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2017 ซึ่งจัดว่าเป็นพายุเฮอริเคนลูกที่ 4 ที่ก่อตัวขึ้นทางฝั่งแอตแลนติก และด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทำให้พายุเฮอริเคนเออร์มาเพิ่มกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วโดยพายุมีกำลังแรงระดับ 5 ในวันที่ 5 กันยายน 2017 และได้พัดขึ้นชายฝั่งฟอริด้าของสหรัฐด้วยความเร็วลมถึง 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง นับว่าเป็นเฮอร์ริเคนลูกที่ 2 ที่มีความเร็วลมสูงที่สุดนับตั้งแต่พายุเฮอร์ริเคนแอลลินปี 1980 นอกจากนี้เฮอร์ริเคนเออร์มายังจัดว่าเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่รักษาความเร็วลมระดับ 5 ไว้นานที่สุดด้วย

Continue Reading

แผ่นดินไหว เมืองวาลดีเวีย ชิลี 1960

แผ่นดินไหวครั้งนี้จัดว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในโลก และมันถูกบันทึกให้เป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 100 ปี แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นใต้ทะเล บริเวณชายฝั่งใกล้กับเมืองวาลดิเวีย ทางตอนใต้ของประเทศชิลีแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดจากแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นคือ แผ่นสมุทรนาซก้า และ แผ่นทวีปอเมริกาใต้ เมื่อทั้งสองแผ่นเกิดการดันกันจนอีกแผ่นหนึ่งมุดตัวจนเกิดการดีดขึ้นของแผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง จนกระทั่งในที่สุดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เกิดขึ้นวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 1960 แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเช้าเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงนาน 5 นาที บริเวณชายฝั่งเมืองวาลดิเวีย ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากที่สุดได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนพังทลาย เกิดหินถล่มลงเทือกเขา หลังจากแผ่นดินไหวประมาณ 15 นาที เกิดคลื่นสึนามิ ความสูง 40 เมตรเข้าถล่มชายฝั่งของเมืองวาลดิเวียและบริเวณชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้ คลื่นยักษ์ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าพัดถล่มหมู่เกาะฮาวายที่อยู่ห่างออกไปถึง 6,000 กิโลเมตร ซึ่งความสูงของคลื่นยังอยู่ที่ 13 เมตร นอกจากนี้คลื่นเดินทางข้ามไปถึงชายฝั่งญี่ปุ่นโดยคลื่นยังคงมีพลังงานความสูงถึง 8 เมตร แผ่นดินไหวที่วาลดิเวีย วัดความรุนแรงได้ 9.5 แมกนิจูด ซึ่งมีความรุนแรงมากที่สุดในแผ่นดินไหวรอบ 100 ปี ถูกจัดว่าเป็นแผ่นดินไหวระดับเมกะเทรสต์ หลังเหตุการณ์สงบลงเกิดออฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 1,000 ครั้ง รวมถึงอีก 19 วันต่อมาภูเขาไฟปูเยเว่ ซึ่งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดการระเบิดขึ้นภายหลัง เหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ

Continue Reading

แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2555

แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรง โดยเกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน ปี พ.ศ. 2555 เวลาประมาณ 15.38 น.ตามเวลาในประเทศไทย ขนาดความรุนแรง 8.6 แมกนิจูด แผ่นดินไหวดังกล่าวนับว่ามีความรุนแรงและเป็นแผ่นดินไหวใต้ทะเล ซึ่งแผ่นดินไหวนี้เกิดขึ้นในบริเวณจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่เกิดในวันที่ 26 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2547 และเกิดสึนามิซัดถล่มตามชายฝั่งรอบมหาสมุทรอินเดีย แผ่นดินไหวครั้งนี้ห่างจากเมืองบันดาอาเจะห์ไป 500 กิโลเมตร ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารบ้านเรือนเสียหายเล็กน้อย ซึ่งทางภาคใต้ของไทยรับรู้แรงสั่นสะเทือนด้วย หลังจากแผ่นดินไหวดังกล่าวประชาชนทั้งในอินโดนีเซียและอินเดียต่างพากันตื่นตกใจและรีบอพยพขึ้นที่สูงหนีคลื่นสึนามิ นอกจากนี้ทางศูนย์เตือนภัยสึนามิเตือนให้ประชาชน 28 ประเทศรอบมหาสมุทรอินเดียอพยพขึ้นที่สูง รวมทั้งประเทศไทยด้วย ต่อมาทางศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารมหาสมุทรแห่งชาติอินเดีย ประกาศยกเลิกการเตือนสึนามิ ในเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาในไทย เนื่องจากพบคลื่นขนาดเล็กเท่านั้น ด้วยทางศูนย์ระบุว่าแผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อนแบบทรานส์ฟอร์ม หรือ การเคลื่อนไหวในแนวนอน ซึ่งไม่ก่อสึนามิขึ้นใหญ่เหมือนกับปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเกิดจากการมุดตัวของรอยเลื่อน  เหตุการณ์ในครั้งนี้มีความเสียหายเล็กน้อยและมีผู้เสียชีวิตเพียง 5 รายเท่านั้น ซึ่งคลื่นสึนามิขนาดเล็กมีความสูง 50 เซนติเมตรเท่านั้นเดินทางมาถึงชายฝั่งทะเลอันดามันประมาณ 18.00 น. แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งซึ่งครั้งรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี

Continue Reading

แผ่นดินยุบตัว

หลุมยุบเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก มีรูปร่างและขนาดต่างๆกัน เช่น รูปเกือบกลมหรือเป็นวงรี มีน้ำขังอยู่ก้นหลุม ภายหลังน้ำใต้ดินจะกัดเซาะและนำพาดินที่อยู่ก้นหลุมไป ทำให้หลุมยุบลึกขึ้น ส่วนปากหลุมก็จะพังอยู่ตลอดจนกระทั่งจะเสถียร สาเหตุของการเกิดหลุมยุบที่พบในประเทศไทย 1.โพรงหินปูนใต้ดิน เมื่อฝนตกลงมา จะได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะผ่านชั้นบรรยากาศและซึมลงใต้ผิวดิน ทำให้น้ำฝนมีความเป็นกรดอย่างอ่อน เมื่อไหลผ่านและสัมผัสกับหินปูนจะละลายเนื้อหินปูนออกไปด้วย ในที่สุดก็จะค่อยๆเกิดเป็นโพรงหรือถ้ำใต้ดินขึ้น เมื่อโพรงใต้ดินเหล่านี้มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นและอยู่ใกล้ผิวดินมากยิ่งขึ้น เพดานไม่สามารถต้านทานน้ำหนักของดินและสิ่งก่อสร้างที่กดทับด้านบนได้ 2.ชั้นเกลือหินใต้ดิน พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีชั้นเกลือหินรองรับอยู่ด้านใต้ เกลือหินมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ง่าย เมื่อมีการทำเหมืองใต้ดิน โดยการสูบเกลือขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโพรงใต้ดินขึ้น ต่อมาเพดานโพรงพังทลายลง จึงเกิดเป็นหลุมยุบขึ้น  ขนาดของหลุมยุบอาจมีขนาดใหญ่โต สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนได้ 3.ชั้นทรายถูกน้ำใต้ดินพัดพา มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีชั้นทรายรองรับอยู่ใต้ดินและอยู่ใกล้แม่น้ำ ลำคลอง เกิดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ เมื่อมีฝนตกหนักหรือตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณและแรงพัดพาของน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้นจึงพัดพาเอาตะกอนทรายใต้ดินลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง จึงทำให้เกิดโพรงใต้ดินขึ้น แต่โพรงใต้ดินที่เกิดจากสาเหตุนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ประสบเหตุ

Continue Reading

พายุฝนฟ้าคะนอง

พายุฝนฟ้าคะนองเป็นพายุชนิดหนึ่งที่ถูกจัดลักษณะโดยปรากฏการณ์จากผลกระทบของ แสง และ เสียง บนบรรยากาศของโลก โดยทั่วไปสามารถก่อตัวและพัฒนาในพื้นที่เฉพาะทางภูมิศาสตร์บางพื้นที่ บางครั้งพื้นที่ที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองถี่มักอยู่แถบเส้นละติจูดกลาง ที่ซึ่งอากาศอุ่นชื้นมักปะทะกับอากาศที่เย็นกว่า  พายุฝนฟ้าคะนองก่อให้เกิดการพัฒนาและก่อตัวของปรากฏการณ์สภาวะอากาศที่รุนแรงมากมาย พายุฝนฟ้าคะนองและปรากฏการณ์ซึ่งเกิดขึ้นตามมาก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อประชากรโลกและสภาพภูมิประเทศ ความเสียหายซึ่งเป็นผลลัพธ์จากพายุฝนฟ้าคะนองสร้างความเจ็บปวดและสูญเสียโดยตรงทั้งโดยลมกระโชกรุนแรง, ลูกเห็บขนาดใหญ่ และ น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากฝนถล่มหนัก พายุฝนฟ้าคะนองที่หนักกว่าสามารถก่อให้เกิด ทอร์นาโด และ พายุหมุน การศึกษาในปี 1953 พบว่าพายุฝนฟ้าคะนองโดยเฉลี่ยที่เกิดเกินหลายชั่วโมงก่อให้เกิดพลังงานเทียบเท่าระเบิดอะตอมมิคบอมบ์ 50 ลูก ที่ถูกทิ้งระเบิดที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ผลของพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดจากการเคลื่อนตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็วของอากาศที่อุ่นและชื้น มันก่อให้เกิดมวลอากาศที่อุ่นและชื้นขึ้นภายในและด้านหน้าของกลุ่มพายุฝนฟ้าคะนองนั้น ในขณะที่มวลอากาศอุ่นและชื้นเคลื่อนตัวขึ้นลงนั้น มันเกิดความเย็น,กลั่นตัวจนควบแน่นและก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนเมฆที่แผ่ตัวต่ำปกคลุมทั่วท้องฟ้าจนมาถึงความสูงเกิน 20 กม. ในขณะที่อากาศซึ่งลอยตัวสูงขึ้นจนมาถึงจุดที่กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ, เม็ดหยดน้ำและน้ำแข็งก่อตัวและเริ่มตกลงครอบคลุมระยะทางไกลผ่านก้อนเมฆแล้วจึงตกลงสู่ผืนโลก ในขณะที่เม็ดฝนตกลงมานั้นมันปะทะกันกับเม็ดฝนอื่นและเริ่มใหญ่ขึ้นๆ

Continue Reading

พายุหมุนเขตร้อน

พายุหมุนเขตร้อน เป็นพายุที่ได้พัฒนามาจากศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำโดยทั่วไปรูปแบบพายุหมุนเขตร้อนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกับความสัมพันธ์กับน้ำอุ่น โดยพายุจะได้รับพลังงานผ่านการระเหยของน้ำบริเวณพื้นผิวมหาสมุทร ซึ่งในที่สุดน้ำเหล่านั้นจะควบแน่นอีกครั้งและเข้าไปอยู่ในกลุ่มเมฆและฝน เมื่ออากาศชื้นและความเย็นอิ่มตัว ซึ่งแหล่งพลังงานนี้จะแตกต่างกับพายุหมุนละติจูดกลาง ตัวอย่างเช่น นอร์อิสเทิร์น และพายุลมยุโรป ซึ่งได้รับพลังพลักดันหลักจากความแตกต่างของอุณหภูมิในแนวนอน โดยลมหมุนวนรอบอย่างรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อนนั้นเป็นผลมาจากการอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม ซึ่งเกิดจากสภาวะการหมุนรอบตัวเองของโลก ขณะที่อากาศไหลเข้ามาสู่แกนกลางของการหมุนนอกจากลมแรงและฝนตก พายุหมุนเขตร้อนมีความสามารถในการสร้างคลื่นสูง และก่อให้เกิดความเสียหายจากน้ำขึ้นจากพายุ และทอร์นาโด ซึ่งมักจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่พายุอยู่บนแผ่นดิน เนื่องจากถูกตัดขาดจากแหล่งพลังงานหลักของมัน จากเหตุผลนี้ ทำให้บริเวณชายฝั่งทะเล มักมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากพายุหมุนเขตร้อนมากกว่า เมื่อเทียบกับในแผ่นดิน อย่างไรก็ตามในแผ่นดินเองก็เกิดความเสียหายได้จากน้ำท่วมบนแผ่นดิน จากฝนตกหนัก และน้ำขึ้นจากพายุสามารถก่อให้เกิดน้ำท่วมบนแผ่นดินได้กว้างถึง 40 กิโลเมตร จากชายฝั่งทะเล แม้ว่าพายุหมุนเขตร้อนจะส่งผลกระทบต่อประชากรมนุษย์มหาศาล แต่พายุยังสามารถช่วยบรรเทาภาวะภัยแล้งได้ความรุนแรง”ของพายุ หมายถึง ความเร็วลมสูงสุดของพายุ ซึ่งจะตรวจวัดเฉลี่ยใน 1 นาที หรือ 10 นาทีเป็นมาตรฐาน โดยอ้างอิงที่ความสูง 10 เมตร ตัวเลือกของการวัดลมโดยเฉลี่ย รู้จักกันดีในชื่อ การจัดระดับพายุ

Continue Reading

สึนามิที่สูงที่สุดในโลก

บนโลกเรานั้นมีภัยธรรมชาติมากมายที่พร้อมจะคร่าชีวิตผู้คนบนโลก แต่ก็มีบางเหตุการณ์ที่นับว่ามนุษย์โชคดีอย่างมากที่เจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและแถบจะไม่มีผู้เสียชีวิตเลย เหตุการณ์ของคลื่นสึนามิที่สูงที่สุดในโลก ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของภัยธรรมชาติของโลก สึนามิดังกล่าวมีความสูงกว่าตึกเอ็มไพร์สเตทถึง 2 เท่า ความสูงของคลื่นที่บันทึกได้คือ 545 เมตร ย้อนกลับไปวันที่ 9 กรกฎาคม ปี 1958 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.7 – 7.8 แมกนิจูด ศูนย์กลางใกล้ๆกับอ่าวลิทูย่า รัฐแอลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา แรงสั่นสะเทือนบริเวณเทือกเขาของอ่าวก่อให้เกิดการถล่มของแผ่นดิน หินและดินบนภูเขาขนาดราว 915 เมตรถล่มลงสู่อ่าวเบื้องล่างที่ความสูง 230 เมตร การถล่มดังกล่าวก่อให้เกิดการย้ายมวลน้ำมหาศาล ท่วมบริเวณฝั่งโดยรอบอ่าว ต้นไม้ถูกกวาดเรียบและคลื่นยังกระจายซัดถล่มชายฝั่งรอบๆอ่าวด้วย นับว่าโชคดีที่สึนามิครั้งก่อเกิดความเสียหายในวงแคบเท่านั้น เนื่องจากอ่าวลิทูย่าเป็นอ่าวแคบ และเป็นจุดที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ซึ่งในเหตุการณ์มีผู้ประสบเหตุราว 6 คน คือคู่พ่อลูกที่อยู่ในจุดที่ใกล้คลื่นยักษ์ที่สุด เรือพวกเขาถูกคลื่นซัดเกยขึ้นไปบนเขา แม้ว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้จะกินเวลารวดเร็ว แต่มีความรุนแรงมหาศาลถ้าหากว่าคลื่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองใหญ่ มีประชากรอาศัยอยู่มาก ก็อาจเกิดความเสียชีวิตและทรัพย์สินมากกว่านี้ก็ได้ แม้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นอีกซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญต้องเฝ้าระวังแผ่นหินที่มีแนวโน้มว่าจะถล่มลงอ่าว ทั้งนี้สึนามิที่เกิดแผ่นดินถล่มนั้นเกิดจากแผ่นหินขนาดใหญ่มากพอที่จะสามารถย้ายมวลน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง  

Continue Reading